วันจันทร์ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2556

บันทึกสะท้อนการเรียนรู้ครั้งที่ 5 (23/12/2556)

 
งานเยอะต้องรู้จักบริหารเวลาให้ดี
 
 
สิ่งที่ได้เรียนรู้
 
   สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์ที่ 2 ที่เพื่อนออกมานำเสนอรูปแบบการเขียนต่างๆ ซึ่งวันนี้กลุ่มของกระผมก็ได้นำเสนอด้วย สิ่งที่นำเสนอ คือ การเขียนชีวประวัติ ซึ่งทำให้ทราบว่าการเขียนชนิดนี้ มีหลักการเขียนและวิธีการเขียนอย่างไร และกลุ่มต่อๆมาก็นำเสนอการเขียนที่น่าสนใจ เช่น การเขียนเรียงความ, การเขียนคำขวัญและการเขียนบทพูดเพื่อเปิด-ปิดงาน
 
ความรู้ใหม่ที่ได้รับ
 
   โดยหลักๆแล้วก็คือการเขียน 4 รูปแบบที่เพื่อนนักศึกษาได้นำเสนอ ทราบถึงหลักการและได้การได้ลงมือเขียน และสิ่งที่ทราบคือเนื้อหาบางอย่างก็อยู่ในหนังสือแล้ว อาจจะแตกต่างจากเพื่อนบ้าง บางคำ
 
ข้อเสนอแนะ
 
   อยากจะให้อาจารย์มีส่วนร่วมในการนำเสนอบ้าง เช่น อธิบายเพื่มเติม เพราะบางสิ่งเพื่อนนักศึกษาอาจจะไม่เข้าใจได้ในบางครั้ง

วันอาทิตย์ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2556

อัตชีวประวัติ

 
อัตชีวประวัติ
 
 
 
อัตชีวประวัติของ
 
     นายปราณพันธ์ ตะรุุษะ ชื่อเล่นว่า นาย อายุ 19 ปี เกิดเมื่อวันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2537
 
     สวัสดีผู้อ่านทุกท่านครับ กระผมมีนามว่า ปราณพันธ์ ชื่อเล่นว่า นาย ครับ ณ ที่นี้จะขอเล่าเรื่องราวช่วงที่กำลังจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยจนถึงช่วงที่เข้ามหาวิทยาลัยครับ
 
    คติประจำใจ: อดีต คือ "บทเรียน" อนาคต คือ "ความหวัง" ปัจจุบัน คือ "ความจริง" ดังนั้นเราจึงควรทำปัจจุบันให้ดีที่สุด
 
    คนเก่งกับคนขยัน จะว่ากันแล้วกระผมก็ชอบคนที่ขยันมากกว่าคนเก่ง เพราะคนขยันจะมีความพยายามมากกว่าคนที่เก่ง ทำให้พวกเขาสามารถพัฒนาตนเองให้กลายเป็นคนเก่งได้ แต่สำหรับกระผมนั้น น่าจะเป็นคนที่เก่งแต่ไม่ขยันครับ
   ช่วงมัธยมปลาย นักเรียนส่วนใหญ่จะพยายามตั้งใจเรียน, อ่านหนังสือและทำงานส่งอาจารย์เพื่อที่จะให้ได้คะแนนดีๆ แต่สำหรับกระผมนั้น มักจะใช้เวลาส่วนใหญ่ในการเล่นเกมมากกว่าสิ่งพวกนี้ และยิ่งมีเพื่อนเล่นด้วยกันแล้ว ยิ่งสนุก เพราะเป็นอย่างนี้ เลยกลายเป็นความประมาณในการเรียนไป
   เคยฝันไว้ว่า อยากที่จะเรียนในมหาวิทยาลัย คณะวิทยาศาสตร์ แต่ผลการเรียนเฉลี่ยแล้ว ไม่ถึง 3.00 ซึ่งเป็นผลการเรียนเฉลี่ย ในคณะวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ที่จะรับนักเรียนที่จบมัธยมปลาย ซึ่งแน่นอนการที่เป็นคนที่ไม่ขยันในการเรียนเอาแต่เล่นไปวันๆ ผลการเรียนเฉลี่ยแล้ว ย่อมไม่ถึง 3.00 อย่างไม่ต้องสงสัยเลย
   เมื่อรู้อย่างนั้นแล้ว เลยมานั่งคิดว่า "สิ่งใดที่จะเหมาะสมกับเรา เรามีความสนใจในสิ่งใดกันแน่" อยู่ดีๆ ความคิดนั้นก็ขึ้นมาในหัว "เป็นครูสิ" ทั้งๆที่เราก็สอนใครก็ไม่ค่อยจะเป็น เราจะเป็นครูได้หรือ? "งั้นก็สอนนักเรียนระดับประถมสิ" กระผมนิ่งไปสักครู่หนึ่ง "นั้นสินะ ไหนๆก็เป็นในสิ่งที่เราอยากเป็นแล้ว เราก็ทำให้ผู้อื่นเป็นในสิ่งที่เขาอยากเป็นสิ" เลยทำให้ตัดสินใจที่จะมาเป็นครู เริ่มตามหามหาวิทยาลัยที่มี คณะครุศาสตร์ สาขา การประถมศึกษา ในช่วงนั้นเอง เพื่อนที่รู้จักกัน ได้สมัครสอบในมหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต กระผมเลยลองเข้าไปดู เห็นว่ามีคณะครุศาสตร์ สาขาการประถมศึกษา อยู่ เลยลองสมัครสอบ เนื่องจากเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบอ่านหนังสือและติดการเล่นเกม จึงไปสอบทั้งๆที่ไม่ค่อยมีความรู้ในด้านนี้ แต่ผลปรากฏว่าสอบติด เมื่อทราบว่าสอบติดแล้ว เลยคิดว่า "สิ่งๆนี้ละอาจจะเป็น ตัวตน ของเราในอนาคตก็เป็นได้ ลองตั้งใจดูละกัน"
  
   วันเรียนวันแรก
"ไม่มีใครที่เป็นคนรู้จักเลย" กระผมคิดในใจหลังจากเข้ามาในห้องเรียนในวันแรกที่เรียนใน คณะครุศาสตร์ สาขาการประถมศึกษา แต่ก็คิดซะว่า ไม่เป็นไรเพื่อนคงจะหาได้ไม่ยากและแน่นอนไม่ยากจริงๆด้วย เนื่องจากอยากที่จะเปลี่ยนแปลงตนเองเลยตั้งใจเรียนและนั่งเรียนที่โต๊ะเรียนแถวหน้าห้อง เลยทำให้รู้จักกับเพื่อน 2 คนและจนถึงวันนี้ก็ยังคงเป็นเพื่อนกันอยู่ เพื่อนทั้ง 2 คนที่ว่ามีชื่อว่า หทัยรันต์และ
สุอังคนา...
 
   ชีวิตในอนาคตที่คาดฝันไว้
   เนื่องจากคติประจำใจที่ว่า อนาคต คือ "ความหวัง" อาจจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงหรือไม่ก็เป็นไปได้ แต่สิ่งนั้นสามารถที่จะเป็นแรงบันดาลใจให้กับเราได้
   สำหรับชีวิตในอนาคตที่คาดฝันไว้ คือ อยากจะจบการศึกษา คณะครุศาสตร์ สาขาการประถมศึกษา ด้วยเกียรตินิยมอันดับ 1, คาดหวังว่าสามารถที่จะเป็นครูที่โรงเรียนนานาชาติหรือโรงเรียนสองภาษาได้และสุดท้ายอยากที่จะตอบแทนบุญคุณของบิดามารดาที่เลี้ยงดูกระผมมาตั้งแต่เกิดจนถึงทุกๆวันนี้ครับ

วันจันทร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2556

บันทึกสะท้อนการเรียนรู้ครั้งที่ 4 (16/12/2556)

 

เมื่อไม่ได้ทำอะไรนานๆก็อาจจะลืมได้
 
 
สิ่งที่ได้เรียนรู้
       วันดีก็รู้สึกดีที่ได้เรียนวิชามีวันจันทร์ทั้ง 2 วิชา หลังจากไม่ได้เรียนมาหลายสัปดาห์ก็เป็นห่วงว่ากลัวจะเรียนไม่ทันเพื่อนเหมือนกัน ในวันนี้เพื่อนได้นำเสนอการเขียน 3 อย่างคือ การเขียนอัตชีวประวัติ, การเขียนบทวิจารณ์และการเขียนเพื่อเล่าเรื่อง ซึ่งก็ได้ลองเขียนเรื่องสั้นและเขียนบทวิจารณ์
 
 
ความรู้ใหม่ที่ได้รับ
 
       วันนี้ได้เปลี่ยนบรรยากาศการเรียนการสอนจากที่ฟังอาจารย์บรรยายเป็นเพื่อนนักศึกษามาบรรยายแทน สิ่งที่เป็นความรู้ใหม่ก็คือ การเขียนอัตชีวประวัติครับ ซึ่งกระผมก็เคยได้ยินการเขียนแบบนี้บางเหมือนกันแต่ไม่ทราบว่าเป็นการเขียนประเภทอะไรและเพื่อใครครับ การเขียนบทวิจารณ์ก็ได้ทราบเกี่ยวกับโครงสร้างของการเขียนแบบนี้นะครับ
 
ข้อเสนอแนะ
 
       เนื่องจากวันนี้เพื่อนนักศึกษาออกมานำเสนอ ในบางครั้งอาจารย์อาจจะเสนอหรือขยายอะไรบางอย่างในสิ่งที่เพื่อนนักศึกษานำเสนอบ้างก็ได้นะครับ เพื่อที่จะเข้าใจในบางสิ่งบางอย่างได้มากขึ้นครับ


วันจันทร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

บันทึกสะท้อนการเรียนรู้ครั้งที่ 3 (18/11/2556)

 
งานมีมากมาย ต้องรู้จักแบ่งเวลาให้ดี
 
 
สิ่งที่ได้เรียนรู้

ในวันนี้จะเป็นเรื่องของ การเขียน ซึ่งเป็นการถ่ายทอดความรู้, ความคิด, ความรู้สึก ของผู้ส่งสารออกไปเป็นลายลักษณ์อักษรและทำให้ผู้รับสารอ่าน, ทำความเข้าใจ, ตอบสนองได้ตรงตามความต้องการของผู้เขียน เรื่องของการใช้คำต่างๆและคำที่ควรหลีกเลี่ยงในการเขียนครับ

ความรู้ใหม่ที่ได้รับ

ทราบลักษณะของภาษาเขียน จากที่เคยเรียนมาคือมีแค่ 3 ระดับ แต่ได้รับทราบมาอีก 2 ระดับคือ ภาษาตลาดและภาษาพิธีการ และที่สำคัญคือ คำต่างๆที่มีความหมายคล้ายกัน เช่น ชุก/ชุม/ชุกชุม ทำให้ทราบว่าคำไหนควรใช้กับประโยนช์อะไร

ข้อเสนอแนะ

เนื่องจากวันนี้อาจารย์เข้ามาสอนช้า จึงทำให้การสอนเป็นไปอย่างรวดเร็วทำให้บางสิ่งบางอย่างจดไม่ทัน อยากจะให้มีระยะเวลาของการจดที่เพิ่มขึ้นครับ

วันจันทร์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

บันทึกสะท้อนการเรียนรู้ ครั้งที่ 2 (11/11/2556)


เมื่อทำสิ่งใดเป็นครั้งที่ 2 มักจะดีกว่าครั้งแรก
สิ่งที่ได้เรียนรู้
   สำหรับสิ่งที่ได้เรียนรู้โดยหลักๆแล้วเป็นเรื่องของภาษาครับ ทราบความหมายของภาษา, ลักษณะทั่วไปของภาษา, ลักษณะเฉพาะของภาษาไทยและภาษาพูดกับภาษาเขียนครับ ซึ่งกระผมคิดว่าเรื่องภาษาเขียนมีความสำคัญกับอาชีพครูในอนาคตมากครับ เพราะจะต้องใช้ในการสอน, การเขียนจดหมายราชการ เป็นต้น

ความรู้ใหม่ที่ได้รับ
   ได้ทราบถึงความหมายของภาษาครับ ซึ่งเราใช้กันอยู่ทุกวันแต่เราก็ไม่ทราบว่ามันมีความหมายว่าอะไร หลังจากที่ได้เรียนก็ทำให้ได้ทราบแล้วครับ เรื่องที่ 2 คือการสื่อสารด้วยจักษุสัมผัสครับ สิ่งนี้เราก็พบเจออยู่ทุกวันเหมือนกันครับและสุดท้ายคือ ภาษาพูดกับภาษาเขียนที่กระผมยังไม่คุ้นเคยครับ เช่นคำว่า "ปอดลอย" หมายถึง "ปลอดภัย" ครับ

ข้อเสนอแนะ
   เรื่องกิจกรรมในห้องนะครับ กิจกรรมที่ให้ถอดความกับขยายความบทกลอนและกิจกรรมที่เปลี่ยนภาษาพูดเป็นภาษาเขียนนะครับ ระยะเวลาของกิจกรรมแรกเหมาะสมครับ แต่กิจกรรมที่ 2 กระผมคิดว่าเวลาที่ให้ค่อนข้างน้อยครับเพราะจำนวนข้อมีเยอะครับ อยากจะให้กำหนดเวลาให้นานขึ้นหรือลดจำนวนข้อก็ได้ครับ

วันอังคารที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

บันทึกสะท้อนการเรียนรู้ ครั้งที่ 1 (4/11/2556)

 

ทุกสิ่งทุกอย่างมีครั้งแรกเสมอ สิ่งนี้ก็ด้วย

- สิ่งที่ได้เรียนรู้
เนื่องจาก วันจันทร์ที่ 4 พฤศจิกายน 2556 เป็นวันที่มีการเรียนการสอนวิชา ทักษะการเขียนสำหรับครูเป็นวันแรก ทำให้ทราบสิ่งที่จำเป็นหลายๆอย่าง เช่น ชื่ออาจารย์ผู้สอน, วันสอบปลายภาค, เกณฑ์การให้คะแนน, เนื้อหาของวิชานี้, เป็นต้น และสิ่งที่ชอบมากที่สุดคือ กิจกรรมสุดท้ายที่เป็นรูปภาพแล้วให้เขียนความคิดเห็น กระผมว่าเป็นสิ่งที่ใกล้เคียงมากกับการที่กระผมสอนนักเรียน คือ ต้องออกเงินค่าปรื้นใบงานกิจกรรมเอง, ต้องเขียน Lesson Plan เยอะๆ ซึ่งกระผมเองชอบมากเลยครับ

- ความรู้ใหม่
จากข้อความที่กระผมได้กล่าวไว้ข้างต้นคือ "ทุกสิ่งทุกอย่างมีครั้งแรกเสมอ" เมื่อเราทำสิ่งที่เป็นครั้งแรกต้องมีการลองผิดลองถูกบ้าง ต้องมีความกล้าที่จะทำบ้าง แต่สิ่งที่เราได้รับคือ ความรู้ใหม่นั้นเอง   ดังนั้นสิ่งที่กระผมได้ความรู้ใหม่คือ เรื่องของเว็บ BlogSpot, การเพิ่มบล็อคที่จะติดตามและการเขียนบล็อคครับ

- ข้อเสนอแนะ
กระผมชอบกิจกรรมสุดท้ายมากครับ อยากที่จะให้มีกิจกรรมที่ทำเสร็จในห้องให้เยอะๆนะครับ เพื่อที่จะเป็นการลดงานที่เป็นการบ้านด้วยนะครับ