อัตชีวประวัติ
อัตชีวประวัติของ
นายปราณพันธ์ ตะรุุษะ ชื่อเล่นว่า นาย อายุ 19 ปี เกิดเมื่อวันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2537
สวัสดีผู้อ่านทุกท่านครับ กระผมมีนามว่า ปราณพันธ์ ชื่อเล่นว่า นาย ครับ ณ ที่นี้จะขอเล่าเรื่องราวช่วงที่กำลังจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยจนถึงช่วงที่เข้ามหาวิทยาลัยครับ
คติประจำใจ: อดีต คือ "บทเรียน" อนาคต คือ "ความหวัง" ปัจจุบัน คือ "ความจริง" ดังนั้นเราจึงควรทำปัจจุบันให้ดีที่สุด
คนเก่งกับคนขยัน จะว่ากันแล้วกระผมก็ชอบคนที่ขยันมากกว่าคนเก่ง เพราะคนขยันจะมีความพยายามมากกว่าคนที่เก่ง ทำให้พวกเขาสามารถพัฒนาตนเองให้กลายเป็นคนเก่งได้ แต่สำหรับกระผมนั้น น่าจะเป็นคนที่เก่งแต่ไม่ขยันครับ
ช่วงมัธยมปลาย นักเรียนส่วนใหญ่จะพยายามตั้งใจเรียน, อ่านหนังสือและทำงานส่งอาจารย์เพื่อที่จะให้ได้คะแนนดีๆ แต่สำหรับกระผมนั้น มักจะใช้เวลาส่วนใหญ่ในการเล่นเกมมากกว่าสิ่งพวกนี้ และยิ่งมีเพื่อนเล่นด้วยกันแล้ว ยิ่งสนุก เพราะเป็นอย่างนี้ เลยกลายเป็นความประมาณในการเรียนไป
เคยฝันไว้ว่า อยากที่จะเรียนในมหาวิทยาลัย คณะวิทยาศาสตร์ แต่ผลการเรียนเฉลี่ยแล้ว ไม่ถึง 3.00 ซึ่งเป็นผลการเรียนเฉลี่ย ในคณะวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ที่จะรับนักเรียนที่จบมัธยมปลาย ซึ่งแน่นอนการที่เป็นคนที่ไม่ขยันในการเรียนเอาแต่เล่นไปวันๆ ผลการเรียนเฉลี่ยแล้ว ย่อมไม่ถึง 3.00 อย่างไม่ต้องสงสัยเลย
เมื่อรู้อย่างนั้นแล้ว เลยมานั่งคิดว่า "สิ่งใดที่จะเหมาะสมกับเรา เรามีความสนใจในสิ่งใดกันแน่" อยู่ดีๆ ความคิดนั้นก็ขึ้นมาในหัว "เป็นครูสิ" ทั้งๆที่เราก็สอนใครก็ไม่ค่อยจะเป็น เราจะเป็นครูได้หรือ? "งั้นก็สอนนักเรียนระดับประถมสิ" กระผมนิ่งไปสักครู่หนึ่ง "นั้นสินะ ไหนๆก็เป็นในสิ่งที่เราอยากเป็นแล้ว เราก็ทำให้ผู้อื่นเป็นในสิ่งที่เขาอยากเป็นสิ" เลยทำให้ตัดสินใจที่จะมาเป็นครู เริ่มตามหามหาวิทยาลัยที่มี คณะครุศาสตร์ สาขา การประถมศึกษา ในช่วงนั้นเอง เพื่อนที่รู้จักกัน ได้สมัครสอบในมหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต กระผมเลยลองเข้าไปดู เห็นว่ามีคณะครุศาสตร์ สาขาการประถมศึกษา อยู่ เลยลองสมัครสอบ เนื่องจากเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบอ่านหนังสือและติดการเล่นเกม จึงไปสอบทั้งๆที่ไม่ค่อยมีความรู้ในด้านนี้ แต่ผลปรากฏว่าสอบติด เมื่อทราบว่าสอบติดแล้ว เลยคิดว่า "สิ่งๆนี้ละอาจจะเป็น ตัวตน ของเราในอนาคตก็เป็นได้ ลองตั้งใจดูละกัน"
วันเรียนวันแรก
"ไม่มีใครที่เป็นคนรู้จักเลย" กระผมคิดในใจหลังจากเข้ามาในห้องเรียนในวันแรกที่เรียนใน คณะครุศาสตร์ สาขาการประถมศึกษา แต่ก็คิดซะว่า ไม่เป็นไรเพื่อนคงจะหาได้ไม่ยากและแน่นอนไม่ยากจริงๆด้วย เนื่องจากอยากที่จะเปลี่ยนแปลงตนเองเลยตั้งใจเรียนและนั่งเรียนที่โต๊ะเรียนแถวหน้าห้อง เลยทำให้รู้จักกับเพื่อน 2 คนและจนถึงวันนี้ก็ยังคงเป็นเพื่อนกันอยู่ เพื่อนทั้ง 2 คนที่ว่ามีชื่อว่า หทัยรันต์และ
สุอังคนา...
ชีวิตในอนาคตที่คาดฝันไว้
เนื่องจากคติประจำใจที่ว่า อนาคต คือ "ความหวัง" อาจจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงหรือไม่ก็เป็นไปได้ แต่สิ่งนั้นสามารถที่จะเป็นแรงบันดาลใจให้กับเราได้
สำหรับชีวิตในอนาคตที่คาดฝันไว้ คือ อยากจะจบการศึกษา คณะครุศาสตร์ สาขาการประถมศึกษา ด้วยเกียรตินิยมอันดับ 1, คาดหวังว่าสามารถที่จะเป็นครูที่โรงเรียนนานาชาติหรือโรงเรียนสองภาษาได้และสุดท้ายอยากที่จะตอบแทนบุญคุณของบิดามารดาที่เลี้ยงดูกระผมมาตั้งแต่เกิดจนถึงทุกๆวันนี้ครับ